สอน วิธีดูดเพลงจากเว็ป โดยโปรแกรม Orbit Downloader

Orbit Downloader เป็นโปรแกรมสำหรับช่วยเหลือในการ Download ทั่วๆ ไปที่คนเค้านิยมใช้กันเหมือน พวก Flashget ,GetRight ,Internet Download Manager นอกจากมันจะช่วยจัดการในการดาวโหลดไฟล์ แล้วมันยังสามารถดูดไฟล์เพลง คลิปวีดีโอ Flash Game และอื่นๆ ได้มากมายครับ ถือว่าเป็นโปรแกรมที่ดีมากๆ ตัวหนึ่ง แต่ที่ผมใช้เจ้า Orbit Downloader ตัวนี้บ่อยก็คงจะเป็นเรื่องการดูดเพลง คลิปวีดีโอ นี้แหละครับ แต่ตอนนี้ผมว่าOrbit Downloader เวอร์ชั่นล่าสุดจะไม่สามารถโหลดเพลงจาก ijigg ได้ ดังนั้นผมแนะนำให้เพื่อนๆ ไปหาโหลด Orbit DownloaderVersion 2.7.7 หรือต่ำกว่านั้น มาใช้

ลองเข้าไปหาดู ใน Google หรือ ขึ้เกียจก็ ไปโหลด ตามนี้นะ >>ไปหน้าดาวโหลดซะ


http://img2.imageshack.us/img2/5875/orbitdownloader281multi.jpg

ตัวอย่าง ผมมักชอบฟังเพลงจากเว็ป ijigg.com
ข้อดีของ ijigg คือ ไฟล์เพลงที่โหลดมาจะเป็น .Mp3 ที่คุณภาพ 128k เลยครับ ดีมากๆ

1.โปรแกรม นี้จำเป็นต้องใช้คู่กับ Firefox web browser ในการเข้าไปที่เว็ปเพลง ถึงจะดูดเพลงได้
2.เมื่อเข้ามาที่หน้าของเว็ปฟังเพลงให้เรา อย่าเพิ่งกด Play นะ ให้เปิดโปรแกรม Orbit ก่อน
(มันจะโชว์ icon ที่มุมขวาล่าง)
3.ให้เข้าไปที่ Tools>grab++ หรือทำแบบนี้ก็ได้

Free iJigg Downloader in Firefox - step 2

แล้วมันจะขึ้นกรอบแบบด้านล่างนี้


Free iJigg Downloader in Firefox - step 3

4.จากนั้นไปคลิก Play ที่เว็ปฟังเพลง ทันทีที่เพลงเล่น ในกรอบนี้ก็จะโชว์ไฟล์เพลงที่รอให้เราดูดได้เลย
5.ดูตรง Display มันจะแยกหมวดของไฟล์ไว้ ถ้าคลิกที่ music มันก็จะโชว์ไฟล์เพลงทั้งหมดที่พร้อมจะให้เราดูด สังเกตตรง File name มันจะลงท้าย .mp3 แล้วคราวนี้อยากได้เพลงอะไรก็เสร็จเราครับ พี่น้อง

Read more...

มัลแวร์แมคออกลาย แฝงตัวมากับ iWork 09 เวอร์ชันเถื่อน

ในที่สุด นักสร้างมัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายก็เล็งเป้าหมายมาที่ผู้ใช้
คอมพิวเตอร์แมคอินทอช ล่าสุด มีการตรวจพบโปรแกรมโทรจันที่ออกแบบสำหรับทำงาน
บนแมคอินทอชถูกดาวน์โหลดทั่วอินเทอร์เน็ต

ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์แมคอินทอชนาม Intego เป็นผู้เผยแพร่รายละเอียดโปรแกรมม้าโทรจันนาม OSX.Trojan.iServices.A นี้เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้ข้อมูลว่าโทรจันนี้จะมีผลกระทบกับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ Mac OS X พบว่าโทรจันนี้แฝงมากับโปรแกรม iWork 09 ของแอปเปิลแบบผิดลิขสิทธิ์ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดบนเว็บไซต์เพียร์ทูเพียร์ เมื่อผู้ใช้ติดตั้ง iWork โทรจันก็จะถูกติดตั้งลงในเครื่องทันทีที่ระบบถามหาพาสเวิร์ดสำหรับลงโปรแกรม

iWork เป็นโปรแกรมคล้าย Microsoft Office สำหรับให้ผู้ใช้แมคอินทอชสร้างงานเอกสาร โดย Intego บอกว่าสาเหตุที่ทำให้ OSX.Trojan.iServices.A ถูกติดตั้งในเครื่องได้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวเป็นเพราะ iWork จะถูกติดตั้งเป็นหน่วยสตาร์ทอัปซึ่งมีสิทธิ์ในการอ่าน เขียน และประมวลผลที่รากของระบบ เมื่อโทรจันถูกติดตั้งในเครื่อง จะทำการเชื่อมต่อไปที่เซิร์ฟเวอร์ระยะไกลซึ่งทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถควบคุมเครื่องได้ โดยเฉพาะการดาวน์โหลดข้อมูลในเครื่องออกมา

สิ่งที่เกิดแปลว่า ผู้ที่ดาวน์โหลดโปรแกรม iWork 09 แบบผิดลิขสิทธิ์ไม่เพียงจะละเมิดกฏเรื่องลิขสิทธิ์ของแอปเปิลเท่านั้น แต่ยังมีความเสี่ยงสูงในการพบเจอเล่ห์เหลี่ยมของโจรผู้ประสงค์ร้าย โดยเกรแฮม คลูเลย์ (Graham Cluley) ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทรักษาความปลอดภัย Sophos ตั้งข้อสังเกตว่า มัลแวร์ในแมคนั้นมีลักษณะการทำงานคล้ายกับมัลแวร์บนพีซี ซึ่งอาจทำให้โจรร้ายสามารถขโมยข้อมูลอีเมลในเครื่องเพื่อทำการสแปมหรือส่งอีเมลขยะ รวมถึงขโมยข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำการทุจริตในบัญชีบัตรเครดิตก็ได้

คลูเลย์แนะนำว่าผู้บริโภคทุกรายไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมพาณิชย์ (โปรแกรมที่มีการวางจำหน่าย) จากเว็บไซต์บิตทอร์เรนท์ (แหล่งดาวน์โหลดข้อมูลระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยกัน) แม้โปรแกรมนั้นจะถูกระบุว่าเป็นโปรแกรมฟรีที่แอปเปิลเปิดให้ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน โดยอย่าวางใจว่าโลกนี้มีมัลแวร์สำหรับแมคอินทอชจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์พีซีซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เนื่องจากมัลแวร์แมคอินทอชกำลังขยายตัวในปัจจุบัน และถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ขโมยข้อมูลเป็นหลัก

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บทความประชาสัมพันธ์ของแอปเปิลระบุว่าการติดตั้งซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสบนคอมพิวเตอร์แมคอินทอชนั้นเป็นความคิดที่ดี โดยบอกว่าคุณสมบัติหลากหลายของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสจะทำให้นักสร้างไวรัสทำงานได้ยากขึ้น มีการแนะนำให้ติดตั้ง Intego VirusBarrier X5, Symantec Norton AntiVirus 11 for Macintosh และ McAfee VirusScan for Mac ด้วย ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน แอปเปิลก็ได้ถอดบทความนี้ออกในที่สุด

ขอบคุณ ที่มาของข้อมูลดีดี

www.rssthai.com

Read more...

แบไต๋ Hitech ภาคพิเศษ กำจัดไวรัสใน Flash Drive Thumb drive


Read more...

CD-R,DVD-R อย่าเก็บอะไรไว้นานเกินไป


.....ข่าวนี้มาจากนิตยสาร PC World, เขารายงานผลวิจัยพบว่า ผู้คนจำนวนมาก เลือกเก็บข้อมูลภาพ เพลงประทับใจ และข้อมูลสำคัญๆ ไว้ในแผ่นซีดีอาร์ โดยหวังว่าจะเก็บไว้เป็นสิบๆ ปี คำตอบก็คือ เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อแผ่นซีดีอาร์ส่วนใหญ่ มีอายุการใช้งานได้แค่ 2-5 ปี ตามแต่คุณภาพของแผ่น เพราะแผ่นซีดีอาร์ เก็บข้อมูลได้โดยระบบความร้อนของหัวเลเซอร์เครื่องเขียนแผ่น ซึ่งเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง วัสดุและสารเคมี ณ จุดที่มีการเขียนอ่านข้อมูลนั้น ก็อาจจะมีการเปลี่ยนสภาพไป
http://img185.imageshack.us/img185/5351/40276.jpg

กรณีที่เขียนข้อมูลแล้วเก็บแผ่นซีดีอาร์ไว้เฉยๆ ณ ห้องติดแอร์ ไม่ร้อน ไม่ชื้นจัด แผ่นเหล่านี้อาจจะเก็บได้นานถึง 10 ปี แต่ถ้าเก็บไว้ที่ห้องที่ร้อนอบอ้าว หรือไว้ในรถที่ตากกลางแดด นอกจากแผ่นจะเสียรูปร่างแล้ว ข้อมูลก็จะหายไปด้วยเช่นกัน

ถ้างั้น..หันไปใช้เทปเก็บข้อมูล หรือฮาร์ดดิสก์ดีไหม ? คำตอบก็คือ เทปเป็นตัวเก็บข้อมูลที่ให้อายุการใช้งานสูงสุด คือประมาณ 30 ปีขึ้นไป แต่..เทป ไวต่อความร้อน สนามแม่เหล็กไฟฟ้ามากๆ ที่สำคัญ เวลาเก็บไว้นานๆ ต้องมีการ retension หรือมีการวิ่งเทปให้ยืดเส้นยืดสายบ้าง เพื่อปรับความตึงของเส้นเทปให้เหมาะสม ดังนั้น เทปที่เก็บไว้ที่ห้องธรรมดา ไม่ใช่ห้องแอร์ ก็อาจจะเก็บข้อมูลได้เพียง 5-10 ปีเช่นกัน และยิ่งเก็บไว้ที่ร้อนจัด หรือบริเวณที่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตลอดเวลา เช่น ข้างเครื่องทีวี ปั๊มน้ำ มอเตอร์ ฯลฯ ข้อมูลที่หวงแหนไว้ ก็อาจจะมลายหายไปง่ายๆ เหมือนกัน ดังนั้น บรรดาเทป mini DV ที่ถ่ายรูปแต่งงานหรืองานบวช ก็ต้องเก็บไว้ในที่เย็น ไม่ชื้น และไม่มีสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน มิฉะนั้น..ก็หาย


เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ โดยเฉพาะ external harddisk ดีไหม คำตอบก็คือ ก็ไม่ดีเหมือนกัน เพราะวิธีการเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ ก็ใช้การเหนี่ยวนำไฟฟ้าบนจานฮาร์ดดิสก์ พอนานไป ความเป็นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะเสื่อมหายได้เหมือนกัน ดังนั้น เก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ อาจจะเก็บได้นาน 8-10 น้อยกว่าเทปเสียอีก และที่สำคัญ อาจจะพลัดตก แล้วหัวอ่านเสียอีกก็ได้

ดังนั้น เก็บข้อมูลไว้ที่ไหนดี ? คำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ Flash Memory ครับ*** ด้วยความสามารถในการอ่านเขียนที่ได้มากถึง 100 ล้านครั้ง ถ้ามีการอ่านเขียนวันละ 100 ครั้ง ก็จะมีอายุการใช้งานมากถึง "หลายพันปี" และถ้าชั่วโมงๆ หนึ่งมีการอ่านเขียนมากถึง 1,000 ครั้ง ก็จะมีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี

และด้วยคุณสมบัติที่หน่วยความจำแบบนี้ ไม่มีชิ้นส่วนเครื่องกลเหมือนฮาร์ดดิสก์และเทป ทำให้โอกาสที่จะผิดพลาดเนื่องจากกลไกต่างๆ น้อยลงไปอีก ยิ่งไปกว่านั้น ความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าไว้กับตัวของมัน ก็ดีกว่าเทป ฮาร์ดดิสก์ และซีดีอาร์

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าคุณจะใช้หน่วยความจำแบบไหนเก็บข้อมูล ก็ขอให้เก็บรักษาไว้ในที่ๆ อุณหภูมิไม่สูง ไม่มีคลื่นไฟฟ้ารบกวน และที่สำคัญ ต้องหมั่นนำกลับมาใช้ ปีละครั้งก็ยังดี เพื่อชาร์จประจุ ขยับหัวอ่านและกลไกต่างๆ รวมทั้ง เพื่อสำรวจว่า หน่วยความจำของคุณ "ยังจำ" ข้อมูลของคุณอยู่หรือเปล่า

ที่มา : mcot variety

Read more...

  ©Template Blogger Green by Dicas Blogger.

TOPO